เปรียบเทียบการทำงานของเครื่องทำน้ำผักผลไม้ 3 รูปแบบ แบบไหนส่งผลดีต่อสุขภาพมากที่สุด

สำหรับเครื่องทำน้ำผักผลไม้ 3 รูปแบบที่จะนำมาเปรียบเทียบการทำงานนั้น ประกอบไปด้วย เครื่องปั่นน้ำผลไม้หรือเครื่องปั่นสมูทตี้, เครื่องปั่นแบบสกัดเย็น และเครื่องคั้นน้ำผลไม้แยกกาก โดยเครื่องทำน้ำผลไม้ทั้ง 3 รูปแบบนี้เป็นเครื่องที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ในครัวเรือน เพื่อทำน้ำผลไม้สดใหม่ดื่มเองที่บ้านมากขึ้น แต่ก็ยังเกิดเป็นข้อสงสัยในกลุ่มของผู้บริโภคว่า เครื่องรูปแบบไหนที่ส่งผลดีต่อสุขภาพจริงๆ กันแน่ เพราะสรรพคุณของเครื่องแต่ละรูปแบบมีการใส่คำโฆษณาชวนเชื่อข้อดีแตกต่างกันไป ในวันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องทำน้ำผลไม้ทั้ง 3 รูปแบบมาให้ผู้บริโภคลองเปรียบเทียบไปพร้อมๆ กัน

หลักการทำน้ำและคุณภาพน้ำที่ได้จากเครื่องทำน้ำผลไม้ทั้ง 3 รูปแบบ

สมูทตี้จาก เครื่องปั่นน้ำผลไม้ หรือ เครื่องปั่นสมูทตี้

หลักการทำงานของเครื่องปั่นน้ำผลไม้หรือเครื่องปั่นสมูทตี้จะใช้ใบมีดในการบดสับผัก ผลไม้จนละเอียด โดยจะสับวัตถุดิบทั้งหมดปั่นรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันให้ออกมาเป็นเครื่องดื่มสมูทตี้นั่นเอง ด้วยกรรมวิธีการบดสับกากใยของผัก ผลไม้ที่เราได้ใส่ลงไปให้ละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนี้ จะทำให้ร่างกายของเราดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งเมื่อเราดื่มสมูทตี้เข้าไป ร่างกายของเราจะไม่เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเหมือนกับน้ำผลไม้แบบแยกกากอีกด้วย ผู้บริโภคสามารถรู้ได้เลยว่าปริมาณของสมูทตี้ที่ได้จะมีปริมาณเท่าใด เพราะปริมาณที่ได้จะเท่ากับปริมาณที่ผู้บริโภคใส่ลงไปนั่นเอง
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม จากบันทึกที่ได้มีการวิจัยเกี่ยวกับวิธีการทำงานแบบปั่นด้วยความเร็วรอบสูงของเครื่องปั่นสมูทตี้นั้น อาจทำให้เกิดความร้อนจากการเสียดสีที่รุนแรงทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับออกซิเจนส่งผลโดยตรงไปยังผัก ผลไม้เข้าไปทำลายวิตามิน และสารอาหารที่มีประโยชน์ต่างๆ ลงไปได้ แต่การวิจัยนี้ก็ยังไม่มีการได้รับการยืนยันจากผู้ใดว่าสารอาหารที่ถูกทำลายลงไปนั้น ลดหายไปปริมาณมากน้อยเท่าไหร่

ข้อดีของการดื่มสมูทตี้

ผู้บริโภคจะได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้งกากใย ไฟเบอร์ และวิตามินต่างๆ

  • ไม่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ร่างกายจะค่อยๆ ดูดซึมสารอาหารเข้าไปแบบช้าๆ
  • สามารถเลือกขนาด และระบบการทำงานได้หลากหลายรูปแบบ

ข้อเสียของการดื่มสมูทตี้

  • เนื่องจากสมูทตี้เป็นเครื่องดื่มที่ปั่นรวมทั้งเปลือก, กากใยเข้าด้วยกัน อาจส่งผลกับระบบย่อยของผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร
  • การปั่นด้วยความเร็วสูงของตัวเครื่องปั่นสมูทตี้ ทำให้เกิดความร้อนขึ้นจนไปทำลายสารอาหาร วิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายลงไปได้

ตัวอย่างเครื่องปั่นสมูทตี้ ยี่ห้อ Frozer (1)

ตัวอย่างเครื่องปั่นสมูทตี้ ยี่ห้อ LeMix (2)

น้ำผลไม้จากเครื่องปั่นแบบสกัดเย็นและแบบแยกกาก

จากบันทึกผลการวิจัยได้กล่าวเอาไว้ว่า การดื่มน้ำผลไม้แบบแยกกากจะทำให้เราไม่ได้รับเส้นใยที่เรียกว่า ไฟเบอร์ สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแบบไม่ละลายน้ำ และสารอาหารต่างๆ ที่มีอยู่ในเปลือก และในเนื้อของผลไม้ที่ได้ทำการแยกกากออกไปจนเหลือเพียงแค่น้ำที่ไม่มีสารอาหารเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายเราเลย นอกจากนี้วิธีการคั้นแยกกากจะได้ปริมาณของน้ำผลไม้น้อยกว่าวัตถุดิบตอนแรกที่ใส่ลงไปแยกกาก แต่ข้อดีของการดื่มน้ำผลไม้แยกกากมีข้อดีที่ส่งผลโดยตรงต่อระบบย่อยอาหาร ซึ่งระบบย่อยอาหารจะทำงานน้อยลง เพราะน้ำผักผลไม้เหล่านั้นเป็นสารอาหารที่ร่างกายสามารถดูดซึมเอาไปใช้ได้เลย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากับระบบย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี

สำหรับการทำงานของเครื่องปั่นแบบสกัดเย็นเป็นวิธีการทำงานที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถรักษาคุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์เอาไว้ได้มากกว่าวิธีอื่น ระบบจะทำงานด้วยความเร็วต่ำ ตัวเครื่องจะทำการบดคั้นแบบช้าๆ จึงทำให้ไม่เกิดความร้อนที่จะไปทำลายเอนไซม์ หรือสารอาหารที่มีประโยชน์ไปนั่นเอง
และสำหรับการทำงานของเครื่องแบบแยกกากนั้น เป็นระบบการทำงานที่ใช้ใบมีดที่ผลิตจากโลหะหมุนไปมาเพื่อสับอาหารอย่างรวดเร็ว จากนั้นตัวเครื่องจะผลักเอาส่วนที่ถูกสับแล้วเข้าไปสู่ตัวกรองเพื่อสลัดน้ำออกจากส่วนกากด้วยแรงเหวี่ยงแยกออกจากกันคนละด้านของตัวเครื่อง แต่วิธีนี้ก็ยังส่งผลในการทำลายสารอาหารที่จำเป็นออกไป ทำให้ได้รับประโยชน์อย่างไม่เต็มที่เทียบเท่ากับแบบสกัดเย็น

ข้อดีของการดื่มน้ำผลไม้สกัดเย็น

  • ผู้บริโภคจะได้รับสารอาหารจำพวกเอนไซม์ที่ยังมีชีวิตอยู่มากกว่ารูปแบบอื่น
  • ได้น้ำที่ผ่านกระบวนการสกัดเย็นมากกว่าแบบแยกกาก
  • ช่วยให้ระบบย่อยอาหารไม่ทำงานหนัก ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ทันที

ข้อเสียของการดื่มน้ำผลไม้สกัดเย็น

  • เนื่องจากระบบการบดคั้นของตัวเครื่อง มีรอบการทำงานต่ำ จึงทำให้ใช้เวลาในการสกัดนานกว่ารูปแบบอื่น
  • ตัวเครื่องมีราคาที่ค่อนข้างแพง จึงไม่เป็นที่นิยมมากนัก
  • ทำความสะอาดค่อนข้างยาก

ข้อดีของการดื่มน้ำผลไม้แบบแยกกาก

  • ราคาตัวเครื่องมีราคาถูกกว่าแบบสกัดเย็น
  • ใช้ระยะเวลาในการทำงานต่อครั้งด้วยความรวดเร็ว
  • ช่วยให้ระบบย่อยอาหารไม่ทำงานหนัก ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ทันที

ข้อเสียของการดื่มน้ำผลไม้แบบแยกกาก

  • มีเสียงการทำงานของตัวเครื่องค่อนข้างดังพอสมควร
  • น้ำที่คั้นออกมามีปริมาณน้อยกว่าแบบสกัดเย็น
  • น้ำที่คั้นออกมาได้จะมีสีคล้ำลงภายในระยะเวลาอันสั้น ควรดื่มภายใน 30 นาทีหลังจากคั้นเสร็จ
  • การปั่นด้วยความเร็วสูงของใบมีด ทำให้เกิดความร้อนขึ้นจนไปทำลายสารอาหาร วิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายลงไปได้

ขอบคุณ – blender.in.th และ chaichana.net